การรักษาด้วยไคโรแพรกติก

ไคโรแพรกติกเป็นวิชาชีพทางการแพทย์ด้านสุขภาพที่มุ่งเน้นการดูแลความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ รวมถึงระบบประสาท และผลกระทบของความผิดปกติเหล่านี้ต่อสุขภาพโดยรวม การดูแลรักษาด้วยไคโรแพรกติกมักถูกนำมาใช้ในการรักษาปัญหาทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (neuromusculoskeletal) เช่น อาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดข้อบริเวณแขนหรือขา และอาการปวดศีรษะ เป็นต้น

ไคโรแพรกติกเป็นการดูแลรักษาที่ใช้มือเป็นหลัก (hands-on) ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจร่างกาย การวินิจฉัย และการรักษา ผู้ประกอบวิชาชีพไคโรแพรกติกมีทักษะด้านการวินิจฉัยที่หลากหลาย และยังได้รับการฝึกฝนให้สามารถแนะนำการออกกำลังกายเพื่อการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ อาหาร และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

หัตถการรักษาที่พบบ่อยที่สุดของแพทย์ไคโรแพรกติก คือ การปรับกระดูกสันหลัง (spinal manipulation) หรือที่เรียกว่า chiropractic adjustment จุดประสงค์ของการปรับข้อต่อคือเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อต่อ โดยใช้แรงที่ควบคุมอย่างเหมาะสมกระทำต่อข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวจำกัดจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ การบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออาจเกิดจากเหตุการณ์รุนแรงเพียงครั้งเดียว เช่น การยกของหนักอย่างไม่ถูกวิธี หรือเกิดจากความเครียดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น การนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมและมีท่าทางกระดูกสันหลังที่ไม่ถูกต้องต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ในทั้งสองกรณี เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและเคมี ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบ อาการปวด และการทำงานของร่างกายที่ลดลง การปรับข้อต่อหรือการจัดแนวข้อต่อและเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบ จะช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ลดอาการปวดและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และเอื้อต่อการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ

โดยทั่วไป การปรับกระดูกสันหลังด้วยไคโรแพรกติกแทบไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการระบม หรือปวดเมื่อยเล็กน้อยหลังการรักษา (คล้ายกับหลังการออกกำลังกาย) ซึ่งมักจะหายไปภายใน 12–48 ชั่วโมง

ในหลายกรณี เช่น อาการปวดหลังส่วนล่าง การรักษาด้วยไคโรแพรกติกอาจเป็นแนวทางหลักในการรักษา แต่หากมีภาวะทางการแพทย์อื่นร่วมด้วย การรักษาด้วยไคโรแพรกติกสามารถทำหน้าที่เสริม หรือสนับสนุนการรักษาทางการแพทย์หลัก โดยช่วยบรรเทาปัญหาทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกี่ยวข้องกับโรคนั้น ๆ

แพทย์ไคโรแพรกติกจะประเมินผู้ป่วยผ่านการตรวจทางคลินิก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจภาพวินิจฉัย และวิธีการวินิจฉัยอื่น ๆ เพื่อพิจารณาว่าการรักษาด้วยไคโรแพรกติกเหมาะสมหรือไม่ หากการรักษานี้ไม่เหมาะกับภาวะของผู้ป่วย หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่น แพทย์ไคโรแพรกติกจะส่งต่อผู้ป่วยไปยังบุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและครบถ้วน